นานาสาระ

ประเภทของไหม สำหรับชาวนิตติ้ง

ไหมทำมาจากวัสดุ 2 ประเภท
     1. ไหมธรรมชาติ
     2. ไหมสังเคราะห์

1. ไหมธรรมชาติ แบ่งเป็น
     – ทำจากพืช ได้แก่ คัตตอน ลินิน ป่าน
     – ทำมาจากสัตว์ ได้แก่ วูล โมแฮร์ อัลพาคา แองโกรา แคชเีมียร์ และ ไหม (ไหมจริงๆ ที่หมายถึง silk)

2. ไหมสังเคราะห์ เช่น ไนลอน อคิริก เรยอน โพลีเอสเตอร์ เมทาลิคไฟเบอร์ และโพลีโพรไพลีน

การทราบประเภทของไหมมีความสำคัญ เนื่องจากวิธีการดูแลรักษาไหมแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันและเหมาะกับชิ้นงานที่ต่างกันไป

ไหมธรรมชาติ แบ่งเป็น
1. ทำจากพืช ได้แก่
     – คัตตอน (Cotton) เหมาะกับอากาศร้อนอย่างบ้านเรา มักใช้กับงานที่ต้องซักล้างบ่อยๆ เช่น ชุดเด็ก ผ้าเช็ดจาน เป็นต้น ไหมคัตตอนคุณภาพดีและมีราคาแพงที่ขึ้นชื่อ ได้แก่ Egyptian, Sea Island และ Pima
     – ลินิน (Linen) เป็น เส้นไหมที่ทำมาจากต้นลินิน ลักษณะมีความทนทาน ง่ายต่อการดูแลรักษาและที่ำสำคัญเหมาะกับอากาศร้อน ข้อเสียคือยับง่าย ลินินมักใช้กับงาน cardigan และ sweater
     – ป่าน (Hemp) มักใช้กับส่วนงานตกแต่ง หรือพวกชุดหลวมๆ
     – ไผ่ (Bamboo) เป็น ไหมที่เพิ่งคิดค้นผลิตได้ไม่นาน แต่เริ่มเป็นที่นิยมแล้ว เนื่องจากใช้สวมใส่ได้ดีและยังมีคุณสมบัติไม่หมักหมมเชื้อแบคทีเรียด้วย ไหมไผ่มีข้อเสียในเรื่องไม่ทนน้ำ ชอบแตกตัว ดูแลรักษาค่อนข้างยากเพราะต้องซักมือ จึงไม่เหมาะกับงานที่ต้องซักบ่อยๆ

2. ทำจากสัตว์ ได้แก่
     – วูล (Wool) เป็น เส้นไหมที่ทำมาจากขนสัตว์ เช่น ขนแกะ เป็นต้น ไหมวูลมีความทนทาน ยืดหยุ่น และไม่ยับง่าย ไหมวูลจะมีลักษณะแตกต่างกันไปตามประเภทของขนสัตว์ที่นำมาใช้ทำไหม เช่น Merino Wool มีจะเป็นไหมเส้นละเอียดและนุ่มนิ่ม แต่หากเป็น Pure New Wool จะมีเส้นไหมที่หยาบกว่าแต่มีข้อดีที่กันน้ำได้ดีกว่า ไหมวูลมักใช้กับงาน sweater หมวก ผ้าพันคอ และถุงมือ แต่มีข้อควรระวังคือไหมวูลจะไม่เหมาะกับคนแพ้ง่าย
     – โมแฮร์ (Mohair) ทำมาจากขนแพะแองโกรา มีลักษณะเบาและอุ่น โมแฮร์มักผสมกับวูลหรือไนลอนเพื่อลดความคันที่เกิดจากลักษณะขน เช่นเดียวกับวูล โมแฮร์เหมาะกับงาน sweater หมวก ผ้าพันคอ และถุงมือ
     – อัลพาคา (Alpaca) ทำมาจากขนสัตว์ตระกูลลามะ (หน้าตาตลกน่ารักมากแถมเรียบร้อยอีกด้วย)
เป็นขนที่มีความอ่อนนุ่ม อุ่นมาก และเบา ราคาถูกกว่าแคชเมียร์ แต่ก็ยังแพงอยู่ดี ใช้กับงานถักเช่น หมวก ผ้าพันคอ และ sweater
     – แองโกรา (Angola) ทำ มาจากขนกระต่ายแองโกรา นุ่มน่ารัก แต่มีข้อเสียคือแตกง่าย ราคาก็แพงจึงมักผสมกับไหมอื่นๆและก็เพื่อทำให้แข็งแรงทนทานขึ้นด้วย มักใช้งานหมวกและ sweater
     – แคชเมียร์ (Cashmere) ทำมาจากขนแพะ แคชเมียร์ มีลักษณะนุ่มที่สุด หรูหราที่สุด และแน่นอนราคาแพงที่สุด ยังมีข้อดีที่ไม่ยับง่ายอีกด้วย (ดีไปหมด) เหมาะกับงาน sweater และผ้าพันคอ
     – ไหม (Silk) ทำมาจากตัวไหม มีลักษณะสวยยยยย ทน แต่ไม่ค่อยคืนตัว คือ ถ้าเป็นเสื้อผ้าที่ทำจากไหมเมื่อใส่แล้วยืดตามตัวไม่หดกลับ ราคาก็แพง และยังดูแลรักษายากอีกด้วย

ไหมสังเคราะห์
     – ไนลอน (Nylon) เป็นไหมสังเคราะห์ที่แข็งแรงทนทานที่สุด มักนำไปผสมกับไหมประเภทอื่นๆ ข้อเสียของไนลอนคือไม่ค่อยระบายอากาศ แต่ทนน้ำได้ดี
     – อคิริก (Acrylic) เป็นไหมมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง ราคาถูก เป็นที่นิยมในงานนิตติ้ง มักนำไปผสมกับวูล นิยมใช้กับงานหมวก ถุงมือ ผ้าห่ม และ sweater
     – เรยอน (Rayon) เป็นไหมที่ทำจากไม้ มีลักษณะนุ่มนิ่ม และเป็นประกายสวยงาม เป็นที่นิยมในงานนิตติ้งเช่นกัน
     – โพลีเอสเตอร์ (Polyester) มีลักษณะทนทาน ไม่ยับง่าย มักนำไปใช้ผสมกับไหมอื่นๆ
     – เมทาลิคไฟเบอร์ (Metallic Fibers) เป็น ไหมที่มีโลหะเป็นส่วนประกอบจึงทำให้มีความเงางาม และเป็นประกาย ไหมเมทาลิกไฟเบอร์มักต้องผสมกับไหมอื่นๆเพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทาน เหมาะกับงานสวยงาม เช่น ชุดกลางคืน เป็นต้น
     – โพลีโพรไพลีน (Polypropylene) มีน้ำหนักเบาและราคาถูก ทนทาน และมักใช้ผสมกับไหมโนเวลตี้ (Novelty yarns)
     – โนเวลตี้ (Novelty) เป็น ไหมผสมไม่ว่าจะเป็นผสมจากไหมธรรมชาติ หรือไหมสังเคราะห์ แต่เป็นลักษณะผสมแบบพันๆเป็นเกลียวไป หรืออาจมีการลูกเล่นที่ตัวเส้นไหม เช่น Boucle จะมีลักษณะเป็นไหมยุ่งๆอยู่รอบเส้นไหมคล้ายผ้าเช็ดตัว Ribbon ก็คล้ายริบบอน เป็นต้น 

** สังเกตว่าไหมสังเคราะห์ไม่นิยมใช้เดี่ยว แต่มักนำไปผสมกับไหมธรรมชาติเพื่อเพิ่มความทนทานให้กับไหม **

ความหนา

ความหนาของเส้นไหมพรมจะเรียกเป็น พลาย (Ply)
     1 เส้นไหม คือ 1 ply
     2 เส้นไหมพันกันเป็นเกลียว คือ 2 ply
     3 เส้นไหมพันกันเป็นเกลียว คือ 3 ply
ยิ่งจำนวน ply มาก ก็ยิ่งทำให้เ้ส้นไหมพรมมีขนาดหนาขึ้น
ความหนายังขึ้นอยู่กับความแน่นของการทอเส้นไหม
ถ้าทอแบบหลวมๆเส้นไหมพรมก็จะดูหนากว่าทอแบบแน่นๆ

ความหนาย่อมสัมพันธ์กับน้ำหนัก และมีชื่อเรียกเฉพาะ ดังนี้
     1 ply มักใช้ถักงานแบบผ้าคลุมไหล่ ออกมาดูโปร่งๆ
     2 ply กับ 3 ply จะเรียกว่า Baby and fingering
     4 ply จะเป็นที่เรียกกันว่า Sport

นอกจากนี้ยังมี
     double knitting (DK) เรียกว่า worsted นิยมใช้ถักเสื้อผ้า โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่ใส่ในบ้านเพราะมันไม่ฟูเกินไป
     Fisherman หรือ medium weight เป็นไหมที่มีลักษณะเหมือนเชือกที่ Fisherman ใช้ ที่อังกฤษจะเรียกว่า UK aran
     Bulky จะเป็นไหมหนาๆ นุ่มๆ (chunky)
     Super bulky ก็หนานุ่มขึ้นไปอีก (super chunky)
     และ ท้ายสุด Big ก็ยิ่งหนาหนักไปกันใหญ่ 

ความหนาของเส้นไหมจะสัมพันธ์กับขนาดของไม้นิตด้วย
ถ้าเส้นไหมยิ่งหนา ไม้นิตก็ต้องใช้เบอร์ใหญ่ตามกันไป

ที่มา : http://topicstock.pantip.com/ jatujak/topicstock/2009/05 /J7836288/J7836288.html


วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ ในการถักตุ๊กตา

1.ไหมพรม   ไหมพรมที่ใช้ในท้องตลาดมีมากมายหลายแบบขึ้นอยู่กัยวัถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น อะคริลิค, ขนสัตว์, ไนลอน หรือฝ้าย เป็นต้น ในที่นี้จะยกตัวอย่างไหมพรมเพียงบางส่วนเท่านั้น

1.1 ไหมพรมอะคริลิค 100% มีหลายขนาด เช่น 
ไหมพรม 4 ply หรือ ไหมพรมเส้นเล็ก ลักษณะของไหมพรมชนิดนี้ จะประกอบด้วยไหมพรมเส้นเล็กๆ 4 เส้น พันกันเป็นเกลียว

วีนัส 4 ply หรือ เบอร์ 20/4 น้ำหนัก 100 กรัม ความยาว 420 หลา เส้นไหมค่อนข้างกระด้าง และไม่ฟูหาซื้อได้ง่าย ผิวสัมผัสขณะภักจะมีความฝืด ชิ้นงานที่ถักได้มีความหยาบ ค่อนข้างแข็ง และไม่ยืดหยุ่น
วีนัส 4 ply หรือ เบอร์ 20/4 น้ำหนัก 100 กรัม ความยาว 420 หลา เส้นไหมค่อนข้างกระด้าง และไม่ฟูหาซื้อได้ง่าย ผิวสัมผัสขณะภักจะมีความฝืด ชิ้นงานที่ถักได้มีความหยาบ ค่อนข้างแข็ง และไม่ยืดหยุ่น
อีเกิ้ล 4 ply น้ำหนักและความยาวเท่ากัน เส้นไหมนุ่มกว่า ฟูกว่า ผิวสัมผัสขณะถักมีความลื่น ทำให้ถักได้คล่องกว่า เนื่องจากไหมมีความฟูมากกว่า ทำให้ชิ้นงานที่ถักได้มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย และมีความยืดหยุ่นรวมทั้งความนุ่มมากกว่า
อีเกิ้ล 4 ply น้ำหนักและความยาวเท่ากัน เส้นไหมนุ่มกว่า ฟูกว่า ผิวสัมผัสขณะถักมีความลื่น ทำให้ถักได้คล่องกว่า เนื่องจากไหมมีความฟูมากกว่า ทำให้ชิ้นงานที่ถักได้มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย และมีความยืดหยุ่นรวมทั้งความนุ่มมากกว่า

ไหมพรม 2 ply ลักษณะของไหมพรม จะประกอบด้วยไหมพรมเส้นเล็กๆ 2 เส้น พันกันเป็นเกลียว

ไหมฟูวีนัส น้ำหนักสุทธิ 50 กรัม เส้นไหมมีความฟูและนุ่ม มีความเหลือบบ้างเล็กน้อย ผิวสัมผัสในขณะถักจะมีความลื่นและยีดหยุ่น ชิ้นงานที่ได้จากการถักจะมีความเนียนเรียบและให้ความรู้สึกนุ่มนิ่ม
ไหมฟูวีนัส น้ำหนักสุทธิ 50 กรัม เส้นไหมมีความฟูและนุ่ม มีความเหลือบบ้างเล็กน้อย ผิวสัมผัสในขณะถักจะมีความลื่นและยีดหยุ่น ชิ้นงานที่ได้จากการถักจะมีความเนียนเรียบและให้ความรู้สึกนุ่มนิ่ม
ไหมพรมวีนัสวินนิด ถึงแม้จะจัดประเภทเป็นไหมพรม 2 ply ก็ตาม แต่ไหมพรมวีนัสวินนิด เป็นไหมพรมที่มีเส้นขนาดใหญ่ ผิวสัมผัสกระด้าง ความนุ่มน้อย เหมาะสำหรับการถักตุ๊กตาที่มีขนาด ค่อนข้างใหญ่มากกว่า ไม่ควรนำมาถักตุ๊กตาขนาดเล็ก เนื่องจากตุ๊กตาที่ถักได้จะแข็ง ดูหยาบ ไม่สวย และชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็กถ้าใช้ไหมเส้นใหญ่เกินไปถัก เช่น แขน ขา จะทำให้ถักได้ยาก และเจ็บมือ
ไหมพรมวีนัสวินนิด ถึงแม้จะจัดประเภทเป็นไหมพรม 2 ply ก็ตาม แต่ไหมพรมวีนัสวินนิด เป็นไหมพรมที่มีเส้นขนาดใหญ่ ผิวสัมผัสกระด้าง ความนุ่มน้อย เหมาะสำหรับการถักตุ๊กตาที่มีขนาด ค่อนข้างใหญ่มากกว่า ไม่ควรนำมาถักตุ๊กตาขนาดเล็ก เนื่องจากตุ๊กตาที่ถักได้จะแข็ง ดูหยาบ ไม่สวย และชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็กถ้าใช้ไหมเส้นใหญ่เกินไปถัก เช่น แขน ขา จะทำให้ถักได้ยาก และเจ็บมือ
1.2 ไหมพรมผสม เช่น ไหมฮอบบี้ น้ำหนัก 45 กรัม เป็นไหมพรมที่ผสมระหว่าง อะคริลิค 90% กับไนลอน 10% เป็นไหมขนาด 2 ply แต่มีความฟูและนุ่มมาก ผิวสัมผัสขณะถักลื่นและนุ่มมือ ขนาดตุ๊กตาที่ถักจะมีขนาดใหญ่กว่าไหมฟูวีนัส อย่างไรก็ตาม ไหมพรมผสมในท้องตลาดยังมีอีกหลายแบบนอกจากที่กล่าวไว้ข้างต้น
1.2 ไหมพรมผสม เช่น ไหมฮอบบี้ น้ำหนัก 45 กรัม เป็นไหมพรมที่ผสมระหว่าง อะคริลิค 90% กับไนลอน 10% เป็นไหมขนาด 2 ply แต่มีความฟูและนุ่มมาก ผิวสัมผัสขณะถักลื่นและนุ่มมือ ขนาดตุ๊กตาที่ถักจะมีขนาดใหญ่กว่าไหมฟูวีนัส อย่างไรก็ตาม ไหมพรมผสมในท้องตลาดยังมีอีกหลายแบบนอกจากที่กล่าวไว้ข้างต้น
1.3 ไหมพรมขนสัตว์ ไหมพรมประเภทนี้จะมีความนุ่มมาก ตุ๊กตาที่ถักได้จะมีความเรียบเนียน นุ่ม และยืดหยุ่นได้ดี แต่ไหมพรมขนสัตว์จะมีความยืดหยุ่นกว่าไหมพรมขนิดอื่น
1.3 ไหมพรมขนสัตว์ ไหมพรมประเภทนี้จะมีความนุ่มมาก ตุ๊กตาที่ถักได้จะมีความเรียบเนียน นุ่ม และยืดหยุ่นได้ดี แต่ไหมพรมขนสัตว์จะมีความยืดหยุ่นกว่าไหมพรมขนิดอื่น

 อย่างไรก็ตามไหมพรมที่ขายในท้องตลาดทั่วไป มีหลากหลายประเภท ขนาด และยี่ห้อ นอกเหนือจากที่ได้ยกตัวอย่างไว้ข้างต้น การตัดสินใจเลือกประเภทของไหมพรมที่ใช้ในการถักตุ๊กตา ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ถัก เช้น ขนาด, ความนุ่ม และผิวสัมผัส

     สำหรับผู้เริ่มต้นถัก ควรเลือกถักตุ๊กตาขนาดเล็กก่อน และควรเลือกใช้ไหมพรมเส้นเล็ก เนื่องจากถักง่ายกว่า ไม่ควรเริ่มด้วยไหมฟูหรือไหมอื่นๆ ที่มีความฟู เพราะอาจทำให้ไหมพันกันขณะถัก หรือ ไหมอาจจะแตกออกเป็นเส้นๆ ทำให้เกี่ยวไหมผ่านห่วงได้ไม่หมด 

2. เข็มโครเชต์(Crochet Hook)
     เข็มโครเชต์ที่ใช้ถักไหมพรม 2 ply ถึง 4 ply มักจะใช้เข็มด้ามสีเงินเบอร์ 1-4 ขึ้นอยู่กับชนิดไหมพรม ส่วนเข็มตั้งแต่ เบอร์ 5 เป็นต้นไปมักจะใช้ถักกับด้าย หรือไหมขนาดเล็ก เช่นไหมซัมเมอร์เป็นต้น


 กรณีที่ต้องการถักไหมพรมเส้นใหญ่ หรือถักไหมพรมเส้นเล็กสองเส้นควบ ควรใช้เข็มสีทองแบบที่มีหัวเข็มสองหัวในด้ามเดียวกัน เบอร์ 5/0 และ 6/0

3. ไหมปัก (Embroidery Floss) ไหมที่ใช้ในการปักหน้าตุ๊กตานั้น ผู้ถักสามารถเลือกชนิดไหมที่นำมาใช้ได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับความชอบ และขนาดตุ๊กตา เช่น ไหม DMC ซึ่งมีหลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น

ไหมปักครอสติช
ไหมปักครอสติช
ไหมปักเดินเส้น
ไหมปักเดินเส้น

ไหมปักครอสติช เป็นไหม DMC ที่ประกอบด้วยไหมเส้นเล็กๆ 6 เส้น พันเป็นเกลียว มีความวาวเล็กน้อย ไหม DMC นี้ สามารถนำมาใช้ในการปักหน้าตุ๊กตาได้ โดยเฉพาะตุ๊กตาตัวเล็ก การนำมาใช้ควรตัดความยาวตามต้องการ แล้วดึงไหมเส้นเล็กๆแยกออกจากกัน 

ไหม DMC ที่ใช้ปักเดินเส้น ประกอบด้วยไหม 2 เส้น พันกันเป็นเกลียว ซึ่งมีขนาดเส้นไหมใหญ่กว่าแบบแรก มีความวาวมากกว่า เหมาะสำหรับการปักเดินเส้น แต่อาจจะนำมาใช้ในการปักหน้าตุ๊กตาที่มีขนาดใหญ่ก็ได้ ไหม DMC ชนิดนี้ไม่สามารถดึงออกมาเป็นเส้นเดี่ยวได้ เนื่องจากเส้นไหมจะยุ่ยและขาดออกจากกัน อย่างไรก็ตาม ผู้ถักยังอาจใช้วัสดุสำเร็จรูปในการตกแต่งหน้าแทนการปักก็ได้ เช่น ตาสำเร็จรูป จมูกสำเร็จรูป เป็นต้น

4.เข็มเย็บ (Sewing Needle)

เข็มที่ใช้ในการเย็บประกอบตุ๊กตา หรือใช้ในการปักหน้าตุ๊กตา สามารถใช้เข็มปักครอสติช หรือเข็มที่มีช่องค่อนข้างกว้าง ซึ่งสามารถสอดไหมพรมผ่านได้
เข็มที่ใช้ในการเย็บประกอบตุ๊กตา หรือใช้ในการปักหน้าตุ๊กตา สามารถใช้เข็มปักครอสติช หรือเข็มที่มีช่องค่อนข้างกว้าง ซึ่งสามารถสอดไหมพรมผ่านได้

5. ใยโพลีเอสเตอร์ (Polyester) ใยโพลีเอสเตอร์มีหลายประเภท และเหมาะสมสำหรับงานฝีมือแตกต่างกัน เช่น ใยโพลีเอสเตอร์ชนิดแผ่นสำหรับงานผ้า (Quilting) ใยโพลีเอสเตอร์ชนิดกลุ่มจะมีลักษณะเป็นกลุ่มฟูๆ คล้ายสำลี ชนิดนี้คือชนิดที่เหมาะสำหรับนำมาใช้ในงานถักตุ๊กตาโดยใยโพลีเอสเตอร์กลุ่มนี้จะมีหลายเกรด และหลายราคา แบบที่เกรดดีที่สุด (ภาพที่ 1) จะมีราคาสูงแต่คุณภาพก็จะดีตามไปด้วย คือ มีลักษณะคืนตัวได้ดี เนื้อใยละเอียด และเหนียวนุ่ม เมื่อบีบหรือกดลงไป ใยโพลีเอสเตอร์มีการ คืนตัวพองขึ้นเมื่อทำการปล่อยมือ ดังนั้นเมื่อนำมายัดไส้ตุ๊กตา จะทำให้ตุ๊กตาได้รูป และสามารถบีบเล่นได้ โดยที่ตุ๊กตายังคงคืนรูปได้เหมือนเดิม และให้ความนุ่มนิ่มกว่า

ภาพที่ 1
ภาพที่ 1
ภาพที่ 2
ภาพที่ 2

แบบที่เกรดรองลงมา (ภาพที่ 2 ) จะมีราคาถูกลง แต่คุณภาพของใยโพลีเอสเตอร์จะด้อยกว่า คือ มีความคืนตัวน้อยกว่า มีลักษณะเป็นเม็ดๆ ปนอยู่ด้วย เมื่อสัมผัสดูจะพบว่ามีความหยาบมากกว่า ผิวสัมผัสคล้ายกับนุ่น เมื่อนำมายัดไส้ตุ๊กตา 

ข้อสังเกตในการเลือกซื้อใยโพลีเอสเตอร์ นอกจากเลือกดูที่ประเภทของใยแล่ว ยังควรพิจารณาที่สีด้วย ควรเลือกใยที่มีสีขาวสะอาด เนื่องจากเมื่อนำใยที่มีสีขาวสะอาดไปยัดไส้ตุ๊กตาโดยเฉพาะตุ๊กตาที่ถักจากไหมพรมสีอ่อน จะทำให้ได้ตุ๊กตาที่สีสว่าง สวย และสีไม่เพี้ยน

6. ตา (Eyes) .col-md-6

ที่มา : สนุกสนานกับการถักตุ๊กตากว่า 17 แบบ ตุ๊กตาถักโครเชต์